External News

 

ศิษย์รักของครู 'จูลี่-พัชริดา' งามอย่างมีคุณค่า ไม่ใช่แค่โชว์ขาอ่อน

เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับการประกวด Miss Thailand World 2011 ซึ่งก็รู้ผลกันไปแล้วว่าสาวสวยที่คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 นั้นก็คือ สาวน้อยวัย 20 ปี น้องจูลี่-พัชริดา รอดคงคา ด้วยความสวยและความสูงที่โดดเด่น บวกกับความมั่นใจและไหวพริบ ที่เตรียมพร้อมกับการประกวดครั้งนี้มาอย่างดี ทำให้ฝันที่จูลี่จะคว้ามงกุฏมิสไทยแลนด์เวิลด์ในปีนี้เป็นของเธอจนได้

หลายคนอาจรู้เรื่องประวัติของสาวคนนี้มาบ้าง แต่คิดว่าคงอยากที่จะรู้จักกับสาวสวยคนนี้มากขึ้น เพราะเธอจะต้องไปเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อเข้าประกวด Miss World ที่ประเทศอังกฤษ อีกไม่นานนี้แล้ว วันนี้ 'ไทยรัฐออนไลน์'  จึงได้สัมภาษณ์อาจารย์ Low Lip Keong ผู้อำนวยการสาขาวิชา Fashion Marketing ,Raffles International College อาจารย์ผู้สอนของจูลี่ ซึ่งวันนี้บอกว่า เอาใจช่วยลูกศิษย์คนนี้มาตลอด

"จูลี่เป็นเด็กฉลาด เธอมีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมาก คงเป็นเพราะโตมาในประเทศอังกฤษด้วย เลยมีความมั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งผมว่าเป็นข้อดีนะ เพราะแสดงให้เห็นว่าเธอมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนใคร มันก็เลยดูโดดเด่นจากคนอื่นด้วย ผมกับจูลี่ค่อนข้างสนิทกันนะ เพราะเธอจะเข้ามาปรึกษาเสมอในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการเรียน หรือโครงการต่างๆ ที่ผมมอบหมายให้เธอทำ และจูลี่จะตั้งใจทำและเอางานมาโชว์ และให้ผมคอมเมนท์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นเด็กกระตือรือร้นมากครับ นอกจากนี้ก็ยังเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับ Modeling และการประกวดนางงามด้วย เธอมีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมากอยู่แล้ว เลยได้เห็นความมุ่งมั่นของเธอมาตั้งแต่ต้นว่าอยากทำตรงนี้ให้ได้"

ความมั่นใจในตัวเอง บวกกับนิสัยที่ผู้ใหญ่เกินตัวของสาวเก่ง ดีกรีมิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุดนี้ นอกจากจะการันตีถึงความมุ่งมั่นที่เธอตั้งใจทำสิ่งที่ฝันได้สำเร็จแล้ว เรื่องของการเรียนที่ไม่ค่อยมีใครได้รู้มากนัก ก็ยังโดดเด่นอย่างมาก

"ผมสอนเธอในวิชา Fashion Merchandising ซึ่งผลคะแนนออกมาแล้ว จูลี่ได้คะแนนสูงมากถึง 95% เธอเป็นเด็กฉลาดคนนึงเลยนะ และก็มีแววในหลายๆ ด้านทั้งการเป็นดีไซเนอร์ และมิสไทยแลนด์เวิลด์ ผมว่าจูลี่เกิดมาเพื่ออยู่ในวงการเอนเตอร์เทน แต่ก็มีเซนส์เรื่องแฟชั่นด้วย เพราะรู้เรื่องแบรนด์เยอะ คิดว่าเธอน่าจะทำสิ่งที่รักได้ดีทั้ง 2 อย่าง แต่ช่วงนี้อาจจะทุ่มเทกับภารกิจมิสไทยแลนด์เวิล์ดก่อน เพราะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งด้วย ตรงนี้ก็อาจจะทำให้เธอต้องพักเรื่องเรียน เพื่อปฏิบัติภารกิจ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหานะครับ เพราะหลังจากจบภารกิจแล้ว ก็สามารถกลับมาเรียนจนจบได้ เนื่องจากทาง Raffles International College ใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี ก็สามารถจบปริญญาตรี และได้วุฒิเทียบเท่ากับจบจากประเทศออสเตรเลีย ช่วงนี้ที่จูลี่อาจต้องพักเรียนก็ไม่ได้เสียหายอะไร ผมว่าน่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอด้วยซ้ำ ไม่แน่ จูลี่อาจได้ไอเดียใหม่ๆ ทางด้านแฟชั่น จากประสบการณ์ครั้งนี้ก็ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของจู่ลี่ด้วย"

นอกจากคุณพ่อคุณแม่ของจูลี่ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องภาคภูมิใจใสตัวลูกสาวคนนี้แล้ว อีกคนที่สำคัญก็คืออาจารย์ Low Lip Keong รวมไปถึงเพื่อนๆ ที่สถาบันราฟเฟิล ซึ่งทุกคนต่างก็เอาใจช่วยให้จูลี่ประสบความสำเร็จอีกขั้นกับการประกวด Miss World ที่ประเทศอังกฤษ

" ผมติดตามเธอมาโดยตลอด และในที่สุดเธอก็คว้ามงกุฏมาครองได้สมความปรารถนา เธอกลับมาเมืองไทยด้วยความมุ่งมั่นที่จะประกวดนางงาม และเธอก็สามารถทำได้จริงๆ ก็รู้สึกภูมิใจในตัวลูกศิษย์คนนี้เป็นอย่างมาก เฝ้าดูเธอตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ เธอพูดอยู่เสมอว่าอยากเป็นนางงาม อยากเป็นตัวแทนของประเทศไทย เธอค้นหาทางอินเทอร์เน็ตตลอดว่ามีการประกวดอะไรบ้าง จนมาเจอเวทีนี้ที่ได้ตามหาฝัน เพื่อนๆ ที่ชั้นเรียนของจูลี่ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้อาจารย์ เพราะทุกคนคอยติดตามการประกวดตลอด ตื่นเต้นกันมาก ให้กำลังใจคอยลุ้นขอให้จูลี่ชนะการประกวดให้ได้ และตอนนี้ทุกๆ คน ทั้งเพื่อนในชั้นเรียน และอาจารย์ ก็ยังคงเอาใจช่วย ขอให้จูลี่โชคดีกับการประกวด Miss World ที่ประเทศอังกฤษ เพราะที่นั่นเป็นบ้านเกิดของจูลี่เองด้วย"

 

Date: 8 August 2011

Content from www.thairath.co.th & Picture from worldshowbiz.info

Related News:

 

Back to previous page